- นิทรรศการ
Elect ฉัน: โปรด เลือก ฉัน นิทรรศการแสดงใบปลิวหาเสียงย้อนยุคทึ่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ด้วยความร่วมมือของผู้จัดนิทรรศการ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สามัญชน Wevis, Kinjai Contemporary และ HopeSpace จัดแสดงระหว่างวันที่ 10 - 11 มกราคม 2569 ณ คาเฟ่ HopeSpace ธนบุรี
ใบปลิวและสื่อหาเสียงที่จะถูกนำจ้ดแสดงในงานนี้ มีทั้งสื่อหาเสียงที่เคยใช้ในการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2476 บัตรแนะนำตัวของจอมพลถนอม กิตติขจร ในฐานะหัวหน้าพรรคสหประชาไท ใบปลิวหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีภาพ มรว.เสนีย์ ปราโมช โดยป้ายหาเสียงดังกล่าวเคยถูกใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2519 ที่หม่อมเสนีย์ได้เป็นนายกก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นอกจากนั้นเรายังเตรียมเทปคาสเซ็ตหาเสียงของสมัคร สุนทรเวช พรรคประชากรไทยและแผ่นเสียงเพลงลูกกรุงเชิญชวนคนไปเลือกตั้งของกรมประชาสัมพันธ์ไว้ให้ผู้ชมได้ฟังด้วย
นอกจากใบปลิวย้อนยุค เรายังชวน WeVis มาติวเข้มก่อนการเลือกตั้งผ่านการ visualize ผลงานของสภาชุดที่แล้วในการผ่านกฎหมายสำคัญๆโดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมมีการรณรงค์ #8กุมภากาเห็นชอบ เพื่อเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีเนื้อหายึดโยงกับประชาชนมากขึ้น โดยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากจะเป็นวันที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าคูหาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งหลังจากการยุบสภาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลแล้ว ยังมีการออกเสียงประชามติพร้อมกันด้วย
นิทรรศการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเป็นการทบทวนเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ตรวจการบ้านและผลงานของรัฐบาลเพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้าคูหากาคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ และเส้นทางสู่รัฐธรรมนูญใหม่
นิทรรศการนี้จัดในคาเฟ่ Hope Space บริเวณชั้น 3 และชั้น 4 -- โดยบริเวณชั้น 3 จัดแสดงห้อง News Room ห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือพิมพ์ข่าวหน้าหนึ่งบันทึกเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จนถึงการยุบสภาแบบสายฟ้าแลบของอนุทิน ชาญวีรกุล นอกจากนั้นบริเวณหน้าห้องก็มีสื่อรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมัยโบราณในรูปแบบของแผ่นซีดี แผ่นเสียง เทปคาสเซท รวมไปถึงโซนการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญในประเทศไทยสองครั้งที่ผ่านมาในปี 2549 และ ปี 2559 ที่ถูกจัดทำขึ้นภายใต้บรรยากาศของการรัฐประหาร ซึ่งคอเลลคชันที่นำมาจัดแสดงก็เป็นเอกสารที่ผลิตโดยภาคประชาชนที่รณรงค์ Vote No รัฐธรรมนูญฉบับคณะรัฐประหาร โดยระหว่างการรณรงค์ในครั้งนั้น ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชาก็มีการดำเนินคดีต่อผู้รณรงค์ Vote No เพียงเพราะแจกเอกสาร และสติ๊กเกอร์อีกด้วย และในท้ายที่สุดผลการทำประชามติครั้งนั้น กลุ่มที่ Vote No ก็แพ้ไปประมาณ 14 ล้านเสียงต่อ 10 ล้านเสียง
ส่งผลให้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งออกแบบโดยคณะรัฐประหารถูกบังคับใช้เรื่อยมาเป็นเวลา 9 ปี โดยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะนับเป็นการทำประชามติครั้งที่สามของไทยนั้น ทางภาคประชาชนจึงเห็นว่าควรยกเลิกฉบับดังกล่าว เพราะมีที่มา และเนื้อหาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย อีกทั้งยังลดทอนสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆที่พึงมีของคนไทยด้วย เพื่อรณรงค์ไปสู่การกาเห็นชอบในคำถามประชามติที่ว่า ท่านเห็นสมควรว่าให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จึงเกิดเป็นแฮชแท็ก #8กุมภากาเห็นชอบ
ถัดมาบริเวณชั้น 4 จัดแสดงคอลเลคชันใบปลิวหาเสียงแต่ละพรรคการเมือง เพื่อชวนคนดูเทคนิค และการโฆษณาหาเสียงของแต่ละพรรคที่สะท้อนให้เห็นถึงบริบททางสังคมในยุคนั้น รวมถึงอุปกรณ์หาเสียงเลือกตั้งรูปแบบอื่น เช่น นามบัตร ขันน้ำ ป้ายไวนิล หรือป้ายที่ติดตามข้างถนนในฤดูกาลการเสียงเลือกตั้ง
สำหรับ Side Event ประกอบนิทรรศการนี้ จัดเต็มสองวัน ตั้งแต่ 10 -11 มกราคม 2569
โดยวันที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 13:00 - 15:00 น. เป็นกิจกรรม Collage Workshop จากใบปลิวหาเสียง โดย พลอต - คุณภัทร คะชะนา (นักกิจกรรมและนักสร้างสรรค์)
หลังจากนั้น เวลา 16:00 - 18:00 น. พบกับ วงเสวนา #8กุมภากาเห็นชอบ : ถอดบทเรียนประชามติสู่รัฐธรรมนูญใหม่
ผู้ร่วมเสวนา • กรกช แสงเย็นพันธ์ (กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย) และ • ชยพล ดโนทัย (iLaw) ดำเนินรายการโดย อานนท์ ชวาลาวัณย์ (พิพิธภัณฑ์สามัญชน)


กิจกรรมวันที่ 11 มกราคม 2569 เวลา 14:00 - 15:00 น. เป็น Data presentation : ทบทวน เตรียมพร้อม ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งพร้อมประชามติด้วยชุดข้อมูล โดย ธนิสรา เรืองเดช (WeVis) จากนั้นเวลา 16:00 - 18:00 น. พบกับวงเสวนา “กว่าจะเป็นใบปลิวหาเสียง : มองการตลาดการเมืองบนสื่อหาเสียง” โดยผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ • ประกิต กอบกิจวัฒนา (ครีเอทีฟโฆษณา) และ • ดร.สติธร ธนานิธิโชติ (อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ดำเนินรายการโดย อานนท์ ชวาลาวัณย์ (พิพิธภัณฑ์สามัญชน)


นิทรรศการ Elect ฉัน: โปรด เลือก ฉัน นอกจากจะถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการทบทวนการบ้านของแต่ละพรรคการเมืองหรือผลงานรัฐบาลผ่านข่าวสารและเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 แล้ว ทางผู้จัดงานยังชวนดูวิวัฒนาการการออกแบบและมองการตลาดผ่านใบปลิวแผ่นพับหาเสียง หรือสื่อหาเสียงเลือกตั้งประเภทต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจ ชวนวิเคราะห์วิธีคิดเบื้องหลังของนโยบายต่างๆที่แต่ละพรรคการเมืองพยายามโฆษณาเอาใจประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและกำหนดทิศทางของประเทศนี้ ซึ่งทางผู้จัดก็หวังว่านิทรรศการ Elect ฉัน จะช่วยสร้างความความรู้สึกตื่นตัวทางการเมืองของผู้คนในสังคมไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนได้ไม่มากก็น้อย
ทั้งนี้ หากมีข้อเสนอแนะหรือขอผิดพลาดประการใด ทางผู้จัดยินดีน้อมรับความคิดเห็นของทุกท่านเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาเพื่อนิทรรศการที่ดียิ่งขึ้นในโอกาสถัดไป