- บทความ
- Commoner on tour สามัญชนออนทัวร์
กฎหมายควรจะเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่ช่วยผดุงความยุติธรรม และทำให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเสมอหน้าโดยไม่มีการแบ่งแยก แต่หลังการรัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กฎหมายบางฉบับบางมาตรา กลับกลายมาเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามคนที่ไม่ยอมอ่อนน้อมต่อผู้ถืออำนาจรัฐ ทำให้สถิติคดีการเมืองพุ่งสูง มีประชาชนจำนวนนับพันคนที่ต้องถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม และในจำนวนเหล่านี้ บางคนต้องสูญเสียอิสรภาพจากคำพิพากษาในคดีต่างๆ ซึ่งอาจไม่ใช่เพราะพวกเขากระทำผิด แต่อาจเพียงเพราะอุดมการณ์ทางการเมืองไม่ตรงกับผู้มีอำนาจ
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ThumbRights, Realframe และ iLaw ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการ "Sentences of Sentenced: คำต้องขัง" เพื่อนำเสนอผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้คนจากการโดนคดีการเมือง โดยยก 20 เคสคดีการเมืองที่จะช่วยให้ผู้ชมทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

ส่วนแรกที่อยากนำเสนอในนิทรรศการนี้ คือการนำบางส่วนของคำพิพากษาคดีต่างๆ ที่น่าสนใจมาจัดเรียงเป็นริ้วคล้ายสายฝน เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกอ่านได้ว่าเนื้อหาของคำพิพากษาในแต่ละคดีที่ถูกเลือกมานั้นมีความน่าสนใจอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบสำหรับแต่ละเคสไม่ตายตัว ต้องใช้วิจารณญาณของผู้ชมหรือผู้อ่านตีความเอาเอง และถ้าอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม ผู้ชมก็สามารถดูท้ายข้อความเหล่านั้นได้ว่ามาจากคดีหมายเลขอะไร จากนั้นก็สามารถมาอ่านคำพิพากษาที่ยาวกว่าได้บนผนังด้านข้างที่เรียงรายอยู่


รายละเอียดคำพิพากษาในคดีต่างๆ ที่ติดไว้บนผนัง ทำให้ง่ายสำหรับการยืนอ่านเพื่อสำรวจบริบทของคดีแต่ละคดี เนื้อหาในบางส่วนที่มีใจความสำคัญจะถูกไฮไลท์ไว้ด้วยปากกา แต่ในบางคดีนั้นมีรายละเอียดมากกว่าที่ผู้ชมจะยืนอ่านได้จนครบถ้วน จึงมีชั้นวางที่บรรจุแฟ้มคดีที่มีรายละเอียดมากกว่า ซึ่งผู้ชมสามารถนำออกมาจากชั้นเพื่อใช้เวลาในการนั่งอ่านเพื่อใช้เวลาในการทำความเข้าต่อเคสเหล่านั้นให้มากขึ้นได้ โดยในนิทรรศการมีการวางม้านั่งยาวไว้บริการ ประกอบกับป้ายข้อความบางส่วน เช่น "สถานที่ราชการ โปรดแต่งกายให้สุภาพ" หรือป้ายคล้ายห้องพิจารณาคดี ยิ่งสร้างบรรยากาศที่ทำให้ความรู้สึกของผู้เข้าชมคล้ายอยู่ในศาลมากยิ่งขึ้น



ในโซนต่อมา เป็นโซนที่รวบรวมเรื่องราวของนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังในเรือนจำ โดยส่วนนี้เป็นการชวนผู้ชมสนทนากับกับนักโทษการเมืองผ่านข้อความที่ถูกถ่ายทอดออกมาจาก "คนข้างใน" โดยที่ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการเขียนข้อความหรือจดหมาย พร้อมมีตราปั๊ม Linocut ที่ผู้ชมสามารถประทับลงในจดหมายที่เขียนถึงนักโทษการเมือง หรือประทับลงในกระดาษเพื่อเก็บกลับเป็นที่ระลึกก็ได้
จดหมายที่เขียนเหล่านี้ ทางทีมงานจะมีการรวบรวมไปถ่ายทอดให้กับคนข้างในได้รับรู้ถึงความห่วงใยจากคนข้างนอกที่ยังจำพวกเขาได้อยู่เสมอ นอกจากนี้แล้ว หากคนไหนที่ไม่ได้เขียนจดหมายใส่กระดาษ ก็ยังสามารถเขียนผ่านโครงการ ฟรีราษฎร ของ Amnesty International Thailand ด้วยเช่นกัน



ในส่วนสุดท้ายของนิทรรศการใช้ชื่อว่า #WISHYOUWEREHERE112 มีการจัดแสดงภาพถ่ายของผู้ต้องคดีการเมืองที่หลายคนยังถูกคุมขังในเรือนจำ ภาพต่างๆ ที่จัดแสดงเป็นการถ่ายภาพสถานที่หรือกิจกรรมต่างๆ โดยในภาพจะมีภาพของผู้ถูกคุมขังอยู่ในนั้น นัยหนึ่งก็เหมือนการพา "เพื่อน" ไปเที่ยวในที่ต่างๆ แต่ในอีกนัยก็คือ คงจะดีกว่านี้หากว่าพวกเขามีอิสรภาพที่จะไปไหนมาไหนได้อีกครั้ง เราก็คงอยากให้เขาได้ออกมาใช้ชีวิต หรือมาอยู่กับคนที่เขารักในที่ต่างๆ เหมือนอย่างที่เคย หรืออย่างที่ควรจะเป็น
นอกจากการแสดงภาพถ่ายเหล่านี้แล้ว นิทรรศการยังชวนทุกคนนำภาพถ่ายของพวกเขาไปถ่ายภาพในที่ต่างๆ ที่เราคิดว่าเพื่อนๆ ที่ถูกคุมขังควรจะได้ไปถ้าเขามีอิสรภาพ และเพื่อกระตุ้นเตือนว่าพวกเขาจะอยู่ในทุกๆ ที่ ตราบใดที่ยังมีคนจดจำเรื่องราวของพวกเขาได้ และจะไม่ปล่อยให้เรื่องราวเหล่านี้เงียบหายไป ซึ่งผู้เข้าชมสามารถติดต่อขอรับภาพถ่ายผู้ต้องขังคดีการเมืองได้ที่จุดลงทะเบียน


ผู้ที่สนใจสามารถมาชม นิทรรศการ Sentences of Sentenced: คำต้องขัง ได้ที่อาคาร All Rise (iLaw) บ้านกลางเมืองรัชดา - ลาดพร้าว ได้ทุกวันจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 โดยนิทรรศการเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 13:00 - 21:00 น. และในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ของทุกสัปดาห์ จะมีกิจกรรมพิเศษด้วย โดยติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เพจเครือข่ายผู้จัดงาน หรือ คลิกที่ลิงค์ นี้ได้เลย
เรื่องและภาพ : ธนพล พันธุ์งาม