- บทความ
- NEWS ข่าวสาร
5 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา ‘กลุ่มเลือกตั้งทันที’ นัดใส่เสื้อแดงชุมนุมเพื่อต่อต้านการเลือก ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จากพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เนื่องจากอนุทินมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง โดยเน้นย้ำว่าในเวลานี้ต้องยุบสภาเท่านั้น เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อเลือกตั้ง ซึ่งผู้ที่ประกาศพร้อมยุบสภาทันที คือ ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย จึงทำให้มีความเหมาะสมกว่า อีกทั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยล้วนมีนโยบายที่ตอบสนองปัญหาเศรษฐกิจ และปากท้องของประชาชนมาโดยตลอด จึงมีความน่าเชื่อถือกว่าพรรคภูมิใจไทย และหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลโดยมีพรรคประชาชนยกมือสนับสนุน แม้ไม่เข้าร่วมรัฐบาลก็นับว่าเป็น ‘ดีลปีศาจ’
อย่างไรก็ตาม หากอนุทินได้รับการเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี กลุ่มเลือกตั้งทันทีจะนัดเคลื่อนไหวทุกวันที่ 6 ของทุกเดือนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเมื่อครบกำหนด 4 เดือน หากไม่มีการยุบสภาตามคำสัตย์ที่ให้ไว้ จะนัดหมายปักหลักชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล ทั้งนี้กำหนดนัดหมายการเคลื่อนไหวต่อไปคือวันที่ 19 กันยายนที่สดมภ์อนุสรณ์นวมทอง ไพรวัลย์
ส่วนประเด็นที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรเดินทางไปดูไบโดยเครื่องบินส่วนตัวนั้น เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไรซับซ้อน เนื่องจากทักษิณมีอายุมากและมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว อีกทั้งทักษิณชี้แจงแล้วว่าจะเดินทางกลับมา ทางกลุ่มก็มีความมั่นใจว่าทักษิณจะกลับมาแน่นอน เนื่องจากใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้กลับมาประเทศไทย ในเมื่อได้กลับมาแล้วก็ไม่มีเหตุผลใดที่ทักษิณจะเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่กลับมาอีก
ขณะเดียวกันที่รัฐสภา กลุ่ม คปท. นัดหมายการชุมนุมเพื่อคัดค้านการเลือกชัยเกษม นิติสิริจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมองว่าพรรคเพื่อไทยได้รับโอกาสในการเป็นรัฐบาลมาแล้ว 2 ปี และมีนายกรัฐมนตรีไปแล้ว 2 คน กลับไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ อีกทั้งยังมีกรณีคลิปเสียงของอดีตนายกรัฐมนตรีแพทองธารกับสมเด็จฮุน เซน ที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลแล้ว
ด้านผู้ชุมนุมที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มั่นใจในตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับสมเด็จฮุน เซนและสุ่มเสี่ยงทำประเทศไทยเสียดินแดน ส่วนอนุทินนั้นมีความน่าเชื่อถือกว่า หากจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเปลี่ยนผ่าน 4 เดือนคิดว่ารับได้ พร้อมให้โอกาส ส่วนประเด็นที่พรรคประชาชนจะโหวตให้อนุทินนั้นก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากกลุ่มแกนนำเดิมของพรรคก้าวไกลที่มีปัญหาเกี่ยวกับนโยบายแก้ไขมาตรา 112 หมดบทบาทจากการตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีแล้ว อีกทั้งพรรคประชาชนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลด้วย จึงอยากลองให้โอกาส และดูท่าทีของแกนนำพรรคประชาชนในปัจจุบันก่อน