- บทความ
- Commoner on tour สามัญชนออนทัวร์
นิทรรศการ “ด้วยความคิดถึง” จะพาผู้ชมสำรวจเส้นทางของห้วงความคิดถึง การเชื่อมโยงทั้งคำนิยาม สิ่งของ และความทรงจำที่ถูกถ่ายทอดผ่านการนำเสนอในมิติต่าง ๆ ด้วยเรื่องเล่าที่ถูกร้อยเรียงพร้อมกับบรรยากาศที่ชวนให้เราเกิดความรู้สึกร่วม และอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน นิทรรศการนี้จะชวนให้เราเปิดใจรับความรู้สึกและค้นพบความหมายของคำว่า “คิดถึง” ในมุมมองที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน
นิทรรศการนี้ มีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นจะพาเราเดินทางผ่านความรู้สึกและมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับความคิดถึง เริ่มตั้งแต่การชวนตั้งคำถามว่า “ความคิดถึงคืออะไร” ไปจนถึงการสำรวจพื้นที่แห่งความทรงจำใน “โกดังแห่งความคิดถึง” และร่วมมีส่วนร่วมใน “สำรวจความคิดถึง” ก่อนปิดท้ายด้วยการเชิญชวนให้ทุกคนลองย้อนคิดถึงคนที่เราคิดถึงที่สุดใน “เราคิดถึงใคร” พร้อมๆกับการหาวิธีบรรเทาความคิดถึงในแบบของเรา
เริ่มต้นที่ “ความคิดถึงคืออะไร” ในชั้นแรกที่ชวนผู้เข้าชมตั้งคำถามและสำรวจนิยามของสิ่งที่เรียกว่า ความคิดถึง เมื่อก้าวเข้ามาในนิทรรศการ และชวนให้เราได้ทบทวนความรู้สึกนึกคิดที่บางครั้งก็จับต้องไม่ได้ ในโซนนี้ผู้เข้าชมยังสามารถมีส่วนร่วมแชร์สิ่งที่ตนเองคิดถึง ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดและพิมพ์ข้อความผ่านโปรแกรม mentimeter โดยระบบจะปรากฏข้อความทั้งหมดของผู้ชมที่มาร่วมแชร์ เพื่อให้เราได้ทบทวนและสังเกตสิ่งที่คิดถึงทั้งของตนเองและผู้คนในสังคม
ในชั้นถัดมาคือ “โกดังแห่งความคิดถึง” พื้นที่ชั้นสองที่ถูกจำลองเสมือนคลังเก็บความทรงจำและสิ่งของที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความคิดถึง ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่าย วัตถุสิ่งของซึ่งแต่ละชิ้นถูกบรรจุไปด้วยความหมายและเรื่องเล่าของจากหลายหลายผู้คน บรรยากาศของชั้นนี้ให้ความรู้สึกคล้ายโกดังเก็บของที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอดีตและความรู้สึกอบอุ่นจากความคิดถึงของใครบางคนผ่านสิ่งของและวัตถุต่าง ๆ โดยผู้ชมก็สามารถร่วมแบ่งปันความคิดถึงลงบนบอร์ดของนิทรรศการได้ด้วย
ถัดไปอีกชั้นที่สามจะพาเราไป “สำรวจความคิดถึง” โซนนี้จะจำลองบรรยากาศบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเชื่อมโยงและได้ทบทวนความทรงจำและความรู้สึก ในโซนนี้ไม่ได้มีแค่ชมงานนิทรรศการ แต่เหมือนเดินเข้าไปในบ้านของใครบางคนจริง ๆ ที่ทุกมุมเต็มไปด้วยร่องรอยการใช้ชีวิตและตัวตนของใครบ้างคน
เช่น บนโต๊ะทำงานที่มีแล็บท็อปเปิคค้างอยู่ ข้างกันมีหนังสือการเมืองที่ยังอ่านไม่จบ ภาพถ่าย วัตถุต่าง ๆ ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่พออ่านเรื่องราวประกอบ กลับกลายเป็นหลักฐานของความทรงจำร่วมที่ทั้งอบอุ่นและเจ็บปวด อย่างเช่นที่มุมของโต๊ะประจำของพ่อที่มีทั้งบิลค่าใช้จ่าย งานที่พยุงบ้านหลังนี้ และของสะสมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่วางบนโต๊ะ เมื่อเหลือบมองบนกระดานก็จะพบกับกระดาษที่มีข้อความแปะไว้ เช่น “เดี๋ยวพ่อก็ได้ออกแล้ว” , “เทศกาลนี้สั่งไก่ต้มน้ำปลาให้พ่อหน่อย” , “จะมาเยี่ยมแม่ที่เรือนจำวันไหนแม่คิดถึง” , “เข้มแข็งไว้นะลูกทนายเขาเก่ง เดี๋ยวแม่ก็ได้ออกแล้ว” เป็นต้น
ภายในห้องนี้ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงความรัก ความหวัง และความเจ็บปวด หรือร่องรอยการต่อสู้ทางความคิดเท่านั้น หากแต่ยังทำให้เราได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของมนุษย์ธรรมดาทั่วไป
นอกจากนี้ยังมี “ห้องส่งความคิดถึง” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้ปลดปล่อยความรู้สึกคิดถึงออกไปในรูปแบบที่น่าสนใจ ในห้องนี้ผู้ชมสามารถใช้ อุปกรณ์บันทึกเสียง ที่ทีมผู้จัดงานได้เตรียมไว้ เพื่อบันทึกความคิดถึงด้วยเสียงของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความคิดถึงที่แอบอยู่ในใจ หรือคำพูดที่อยากจะบอกใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ หรือหากอยากส่งเสียงแต่ไม่ต้องการที่จะบันทึกเสียง ก็สามารถยกหู “โทรศัพท์พัง” ที่วางอยู่ขึ้นมาได้ แม้จะไม่มีผู้รับสายที่ปลายทาง แต่การที่เราได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่ค้างอยู่ในใจก็อาจช่วยเยียวยาความรู้สึกของเราได้ดีไม่น้อย
ต่อมาในชั้นสุดท้าย “เราคิดถึงใคร” พื้นที่สำหรับสะท้อนความคิดถึงต่อคนสำคัญในชีวิต เปิดโอกาสให้เราได้หยิบเอาคนสำคัญในชีวิตมานึกถึงอีกครั้ง ในโซนนี้ผู้เข้าชมจะได้ลองปล่อยใจให้ความคิดถึงพาไปผ่านกิจกรรม “เสี่ยงเซียมซีแห่งความคิดถึง” ที่จะให้ทั้งคำทำนายและบอกคำใบ้ว่าเราจะหายคิดถึงได้อย่างไร หรืออาจจะไม่มีวันหายคิดถึงได้เลยตั้งแต่แรก ซึ่งด้านหลังคำทำนายหากพลิกดูจะพบกับเรื่องราวของใครบางคนที่เคยพยายามจะหายคิดถึงเช่นกัน
สำหรับนิทรรศการ “ด้วยความคิดถึง – With Longing” เป็นนิทรรศการที่กระตุ้นความคิดและอารมณ์ของผู้เข้าชมได้ทั้งในแง่ของการสำรวจความรู้สึกส่วนตัวและการเชื่อมโยงกับผู้คน สิ่งของ ผ่านเรื่องราวความคิดถึงของใครบางคน เป็นนิทรรศการที่ชวนให้ผู้เข้าชมได้สะท้อนถึงความคิดถึงในหลากหลายมิติอย่างลึกซึ้งทำให้เข้าใจความคิดถึงของผู้อื่น และอาจทำให้เราอ่อนโยนกับความคิดถึงตัวเองมากยิ่งขึ้นก็ได้
นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 - 17 สิงหาคม 2568 ณ Kinjai Contemporary ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่ 13.00 - 19.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00 - 19.00 น.
เรื่องและภาพโดย ธนาพร นาคเจือ