• บทความ
  • NEWS ข่าวสาร

16 กรกฏาคม 2568 เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนทำกิจกรรมร่วมติดตามและส่งเสียงสนับสนุนร่างกฎหมาย “นิรโทษกรรมประชาชน” ณ ลานประชาชน อาคารรัฐสภา เพื่อแสดงถึงข้อเรียกร้องและส่งเสียงไปถึงสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าการนิรโทษกรรมต้องรวมคดีมาตรา 112 ในวาระที่มีการลงมติพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมรวม 5 ฉบับ โดยมีหนึ่งฉบับมาจากการเสนอของภาคประชาชนที่ผ่านการร่วมกันลงชื่อของประชาชนกว่าสามหมื่นรายชื่อ

กิจกรรมครั้งนี้ มีประชาชนใส่เสื้อสีฟ้าที่สกรีนว่า “นิรโทษกรรมประชาชน” ทยอยเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่ก่อนเวลาเริ่ม 10.30 น. ภายในงานมีการติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ถ่ายทอดสดการประชุมสภา รวมถึงการอ่านจดหมายจากผู้ลี้ภัยที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 เพื่อสะท้อนเสียงของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรานี้

ผลการลงมติในสภาปรากฏว่า มีเพียง 3 ร่างเท่านั้นที่ได้รับเสียงเห็นชอบให้ผ่านเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ขณะที่ร่างของภาคประชาชน และร่างของพรรคประชาชน (เดิมพรรคก้าวไกล) ถูกโหวตคว่ำ ซึ่งเป็นร่างกฏหมายที่มีเนื้อหาครอบคลุมคดีมาตรา 112 แตกต่างจากร่างกฏหมายอีกสามร่างที่เสียงส่วนมากในสภาเห็นชอบ

บรรยากาศในพื้นที่กิจกรรม หลังประกาศผลลงมติเต็มไปด้วยความไม่พอใจจากผู้ร่วมงาน บางส่วนส่งเสียงโห่ร้องแสดงความโกรธและผิดหวัง หลังจากมีการสรุปผลการลงมติ จากนั้นมีการจัดเวทีสนทนาสั้นๆ นำโดยตัวแทนผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองและผู้ชี้แจงร่างกฏหมายจากภาคประชาชนได้แก่ พูนสุข พูนสุขเจริญ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เบนจา อะปัญ และพวงทอง ภวัครพันธุ์ ที่ร่วมกันสะท้อนความรู้สึกและย้ำเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้ นอกจากนี้ผู้นำฝ่ายค้านและ ส.ส.จากพรรคประชาชนได้มาร่วมพูดคุยถึงความรู้สึกและแสดงจุดยืนด้วย จากนั้นมีการมอบช่อดอกไม้ให้กับผู้ชี้แจงของภาคประชาชนเพื่อให้กำลังใจในการเดินหน้าผลักดันกันต่อไป

 

หนึ่งในช่วงอภิปรายที่ได้รับความสนใจคือการอภิปราย ของ ส.ส.แจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ พรรคประชาชน ซึ่งได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาในสภา โดยระบุว่า "เรากำลังถกเถียงกันว่า เราควรจะนิรโทษกรรมกลุ่มนั้นก่อนกลุ่มนี้ก่อน คดีนั้นยังไม่พร้อมคดีนี้ยังไม่ดี โดยเราไม่ได้คำนึงเลยว่าไม่ว่าจะเป็น กลุ่มไหน สีไหน คดีอะไร ทุกคนต่างก็เป็นประชานชนของทุกคนในที่นี้เหมือนกัน" - ทั้งยังตั้งคำถามว่า เราจะส่งเสริมสันติสุขสลายขั้วและออกจากความขัดแย้งโดยทิ้งคนอีกกลุ่มไว้อย่างไร

นอกจากนั้น ยังพบป้ายข้อความภายในงานที่สะท้อนถึงอารมณ์ความรู้สึก ข้อเรียกร้อง และเจตนารมณ์ของประชาชนที่สนับสนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน เช่น ป้ายผ้า "ม.112 ขอสันติสุขด้วย"

ในช่วงสุดท้ายของกิจกรรม ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง 3 ข้อถึงรัฐสภา หลังจากที่สภาได้มีการลงมติที่สะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติและการขาดความจริงใจในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และแสดงจุดยืนเน้นย้ำถึงข้อเรียกร้องการนิรโทษกรรมต้องครอบคลุมทุกคดีทางการเมือง หลังจากนั้น ก่อนปิดกิจกรรมผู้ร่วมงานถ่ายภาพร่วมกันกับป้ายและสแตนดี้ของผู้ต้องขังคดีการเมือง เพื่อแสดงจุดยืนว่าแม้ร่างกฎหมายจะไม่ผ่านในวันนี้ แต่พวกเขาจะไม่ยอมแพ้ จะเดินหน้าสู้ต่อไปเพื่อผู้ต้องขังที่ยังอยู่ในเรือนจำ ก่อนจะร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” “ยกเลิก112” เป็นอันจบกิจกรรมในเวลาประมาณ 13.30 น.
 

เรื่องโดย ธนาพร นาคเจือ