- บทความ
- Stories from the Commoner’s collections สามัญวัตถุ
ชวนดู Milestone สำคัญแบบย่นย่อของพรรคภูมิใจไทย จากการเลือกตั้ง 66 ถึงวันถอนตัวจากรัฐบาล
ผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 พรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 3 โดยมี ส.ส. จำนวน 71 ที่นั่ง
25 มิถุนายน 2566 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแถลงจุดยืนว่าจะไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
13 กรกฎาคม 2566 ในการอภิปรายคุณสมบัติและลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยอภิปรายตอนหนึ่งว่า
"...พรรคภูมิใจไทยเคยออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาชัดเจน ว่าจะไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และถ้าหากนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายดังกล่าวสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างมีคุณภาพ และจะคัดค้านการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างเต็มที่..."
ก่อนที่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่อยู่ในสภา 70 คน จะลงมติไม่เห็นชอบให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของอดีตพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี
22 กรกฎาคม 2566 อนุทินและแกนนำพรรคภูมิใจไทยเดินทางไปที่พรรคเพื่อไทยเพื่อพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยโดยปรากฎภาพข่าวแกนนำทั้งพรรคภูมิใจไทย และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรคเพื่อไทยในขณะนั้นชนแก้วช็อคโกแลตมินต์กัน อนุทินกล่าวในวันนั้นตอนหนึ่งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยในเวลานั้นว่า ขอให้เป็นเรื่องการเจรจา ตอนนี้ (22 กรกฎาคม 2566) ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้ เพราะต้องให้ทั้ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล (ที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ) จะต้องไปหารือกันก่อน พร้อมย้ำว่าหากมีพรรคก้าวไกลจะไม่มีพรรคภูมิใจไทย 
ไทยโพสต์ 23 กรกฎาคม 2566
7 สิงหาคม 2566 พรรคเพื่อไทยแถลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับภูมิใจไทย ในวันเดียวกันพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ออกคำแถลงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย โดยในข้อ 2. ของคำแถลงดังกล่าว ทั้งสองพรรคระบุร่วมกันว่า “จะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ” โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีในวาระแรก จะมีมติให้ทำประชามติขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการจัดตั้ง สสร. 

คำแถลงร่วมของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย
22 สิงหาคม 2566 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 71 คน ลงมติให้ความเห็นชอบ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี
2 กันยายน 2566 รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯครม.เศรษฐา 1 โดยคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศุภมาส อิศรภักดี เป็นกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
14 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เศรษฐา ทวีสินพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีแต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี “มีพฤติกรรมขาดความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ทำให้ ครม. ทั้งคณะสิ้นสุดลง
ในวันเดียวกันมีการนัดหมายแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่บ้านจันทร์ส่องหล้า และมีข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ให้เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีอนุทินเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น จะถือโอกาสนี้ในการเสนอชื่ออนุทินเป็นนายกหรือไม่ ซึ่งอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ยังยึดกติกา ในฐานะพรรคอันดับ 2 ของรัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย
15 สิงหาคม 2567 กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติเสนอชื่อ แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวลือว่าพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคภูมิใจไทยเคยแถลงจุดยืนว่า “ต้องไม่มีแนวคิดแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112” ซึ่งชัยเกษมเคยมีท่าทีเรื่องการแก้ไขกฎหมายนี้ 
คำแถลงของพรรคเพื่อไทยลงชื่อชัยเกษม หลังภาคประชาชนชุมนุมที่แยกราชประสงค์เพื่อเริ่มการรณรงค์เข้าชื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่สุดท้ายคำแถลงนี้ถูกลบไป
18 ธันวาคม 2567 ในการลงมติร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ฉบับที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมสองสภา ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 59 คน ลงมติไปในแนวทางเดียวกับวุฒิสภา คือให้การออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น (ต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ และมีผู้ลงมติเห็นชอบมากกว่า) สวนทางกับการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเห็นว่าการลงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรใช้เสียงข้างมากแบบธรรมดา (ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ) ก็เพียงพอแล้วเพื่อไม่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากจนเกินไป
13 กุมภาพันธ์ 2568 ระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยวอล์คเอาท์จากห้องประชุม ก่อนหน้านั้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 อนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแถลงจุดยืนของพรรคภูมิใจที่ไม่อาจร่วมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ว่า
“พรรคภูมิใจไทย มีมติไม่ร่วมพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 13-14 ก.พ.นี้ เพราะเห็นว่าการบรรจุวาระเข้ามา ก.พ. นี้ เพราะเห็นว่าการบรรจุวาระเข้ามา ยังมีความขัดแย้งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2564 ที่ระบุว่าต้องมีการถามประชามติจากพี่น้องประชาชนก่อน เมื่อขั้นตอนการทำประชามติ ยังไม่ได้รับการปฏิบัติ พรรคฯ จึงเห็นว่ามีความสุ่มเสี่ยง ไม่สามารถที่จะไปรับฟังความคิดเห็นนั้นได้ เพราะเรามี ส.ส. ซึ่งพี่น้องประชาชนได้เลือกให้เราเข้ามาทำงานถึง 71 คน เราก็ต้องทำงาน จะไปรับความเสี่ยงโดยมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่ได้”
9 เมษายน 2568 ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวระหว่าง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 30 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 แสดงจุดยืนเกี่ยวกับการคัดค้านคาสิโนตอนหนึ่งว่า
“กระผม นายไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ไม่มีวันเห็นด้วยกับคาสิโน และไม่ใช่แค่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ทุกๆ พ.ร.บ.หลังจากนี้ แม้กระทั่ง พ.ร.บ.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เราคิดขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย ผมก็จะไม่พิจารณา เพราะสำหรับผมและทุกอย่างที่ผมได้ศึกษามา มันมีเรื่องเร่งด่วนกว่ามหาศาล”
โดยอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคออกมาให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า การแสดงความเห็นของไชยชนก เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวในฐานะ ส.ส.
30 พฤษภาคม 2568 ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการรายการ 3 บก. เนชั่นทีวี โดยตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์ ทักษิณพูดถึงความจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยจะต้องนำกระทรวงมหาดไทยมาบริหารว่า “คือมันเป็นเรื่องการทำงานเพื่อประชาชน ถ้าอยากทำงานให้ได้ผล พรรคเพื่อไทยต้องตัดสินใจเพื่อให้นโยบายถึงประชาชนจริงๆ ก็ต้องให้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทย นี่คือหลักการ”
9 มิถุนายน 2568 ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีรายงานการตอบโต้ระหว่างภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจากพรรคเพื่อไทยกับอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่า โดยภูมิธรรมกล่าวทำนองว่าการเชิญมาร่วมรัฐบาลเป็นการพูดคุยเรื่องการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่การแบ่งกระทรวง
"...ซึ่งจุดนี้เป็นคนดำเนินการคุยเอง ว่าเรื่องต่างๆ โอเคหรือไม่ เพราะฉะนั้น มาตราการที่คุยแต่ต้นในการชวนมาทำงาน อยู่ที่ว่าจะมาช่วยทำงานอย่างไร ถ้าเห็นเหมือนกันก็ทำงานร่วมกันได้ แต่ขณะนี้ใครจะเสนออะไร อยู่ที่นายกฯ พิจารณา" ขณะที่อนุทินให้สัมภาษณ์ตอบโต้ประเด็นนี้ว่า ถ้าไม่คุยเรื่องกระทรวง แล้วจะมาอยู่กระทรวงนี้ได้อย่างไร พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า
"...มันจะเป็นไปได้ไหมเล่า ผู้สื่อข่าวลองไปวิเคราะห์เองบ้างสิ"
16 มิถุนายน 2568 อนุทิน เปิดเผยว่าเขาได้รับหมายเรียกจากคณะกรรมการการเรื่องตั้งให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ว โดยนอกจากตัวเขาแล้วมีบุคคลสำคัญคนอื่นในพรรคภูมิใจไทยหรือมีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย เช่น ภราดร ปริศนานันทกุล และเนวิน ชิดชอบ ที่ได้รับหมายเรียกในคดีฮั้ว สว.ด้วย
โดยนอกจากทั้งสามคนข้างต้น ก็มีคนสำคัญในพรรคภูมิใจไทยคืนอื่นๆที่ได้รับหมายเรียก เช่น ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เป็นต้น
17 มิถุนายน 2568 พรรคเพื่อไทยแจ้งพรรคภูมิใจไทยเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี โดยจะขอกระทรวงมหาดไทยกลับมาบริหารเองแล้วสับเปลี่ยนให้พรรคภูมิใจไทยไปบริหารกระทรวงสาธารณสุขแทน
18 มิถุนายน 2568 อนุทินให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ในช่วงเช้าตอนหนึ่งว่า มีการติดต่อขอแลกกระทรวงจริง ซึ่งเขาได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปแล้ว
ในวันเดียวกันอนุทินยังพูดถึงข้อตกลงที่เคยทำไว้เมื่อครั้งพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมกันจัดตั้งรรัฐบาลในปี 2566 ทำนองว่า ในกรณีของพวกเรา (น่าจะหมายถึงพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย) เป็นคนคุ้นเคย ไม่จำเป็นต้องทำ MOU ความเข้าใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันน่าจะสำคัญกว่า
มติชน 20 มิถุนายน 2568
ก่อนที่ในช่วงค่ำเวลา 20.41 น. พรรคภูมิใจไทยออกแถลงการณ์ถอนตัวจากรัฐบาล โดยอ้างเหตุเกี่ยวกับกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรี แพทองธาร กับสมเด็จฮุนเซ็น ประธานพฤฒสภากัมพูชาซึ่งเป็นบิดาของ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เนื้อหาการสนทนาตอนหนึ่งมีการพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่สอง จากกรณีดังกล่าวพรรคภูมิใจไทยมีมติถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ให้รัฐมนตรีของพรรคทุกคนลาออกโดยให้มีผลในวันที่ 19 มิถุนายน 2568 และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว

คำแถลงของพรรคภูมิใจไทย ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลแพทองธาร
Collection
ไทยโพสต์ 23 กรกฎาคม 2566 "เพื่อไทยทิ้งก้าวไกล เปิดฉากล้างขั้ว! คุย 'อนุทิน-สุวัจน์-พีระพันธุ์' ตั้งรัฐบาล " ภาพข่าวใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูลและแกนนำพรรคภูมิใจไทยในวันพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยก่อนการจัดตั้งรัฐบาล
มติชน 20 มิถุนายน 2568 "ไม่รอ 48 ชม. – สั่งเก็บของ มท. อนุทินถอนยวง" ภาพประกอบข่าว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงกรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุนเซ็น โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ร่วมในเฟรมด้วย