• บทความ
  • Stories from the Commoner’s collections สามัญวัตถุ

พรรครวมไทยสร้างชาติมีสถานะเป็นพรรคการเมืองตาม ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติลงวันที่ 31 มีนาคม 2564  สัญลักษณ์ของพรรคเมื่อครั้งจดจัดตั้งไม่ใช่สัญลักษณ์ลายธงชาติแบบที่ปรากฎบนใบปลิวหาเสียงที่ใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 แต่เป็นเครื่องหมายหกเหลี่ยม  มีแถบสีสามสี ได้แก่ สีทอง  สีขาว  และสีน้ำเงิน อยู่ด้านในและมีชื่อพรรค "รวมไทยสร้างชาติ" อยู่ภายใต้เครื่องหมายหกเหลี่ยม (ดูเอกสารการจดจัดตั้งพรรคตัวเต็มในเอกสารแนบ)



ตราสัญลักษณ์พรรครวมไทยสร้างชาติเมื่อครั้งจดจัดตั้งพรรค

สำหรับที่มาของชื่อ "รวมไทยสร้างชาติ" The Standard ระบุว่า วลี "รวมไทยสร้างชาติ" เป็นคำพูดติดปากของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ "แรมโบอีสาน" อดีตแกนนำคนเสื้อแดงเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการจัดตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติในปี 2565 ขณะที่เขาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีว่า เนื่องจากเขาได้ยินมาว่าจะมีคนนำชื่อ (รวมไทยสร้างชาติ) ไปใช้จึงชิงไปจดจัดตั้งก่อน ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2564 โดยได้ปรึกษาถามกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาแล้ว เสกสกลระบุด้วยว่า อุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะเป็นพรรคที่ปกป้องสถาบันและจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และหากพรรคพลังประชารัฐไม่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติก็จะเสนอเอง   

ในเดือนสิงหาคม 2565 พรรคจัดประชุมใหญ่วิสามัญและมีการเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตส.ส.และรัฐมนตรีสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค โดยมี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์และอดีตโฆษกกลุ่มกปปส. ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค นอกจากนั้นก็มี วิทยา แก้วภราดัย ที่เคยเป็นส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ 6 สมัย ที่เคยลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อมาร่วมนำการชุมนุมของกลุ่มกปปส. ได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคอีกคนหนึ่งด้วย 

จากนั้น ในวันที่ 9 มกราคม 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในเวลาไล่เลี่ยกัน 

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและอดีตส.ส.พรรคพลังประชารัฐก็ลาออกจากตำแหน่งส.ส.ชลบุรีและลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐก่อนมาร่วมงานเปิดพล.อ.ประยุทธ์ในวันที่ 9 มกราคมด้วย โดยในวันนั้นสุชาติให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวตอนหนึ่งว่า เขาลาออกจาก ส.ส. เพราะต้องมาขับเคลื่อนพรรค (รวมไทยสร้างชาติ) เพื่อมาช่วย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ 
“ผมไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ ในพรรค เพราะไม่ต้องการตรงนั้น และส่วนตัวกับนายเอกนัฏ รู้จักกัน จึงมาช่วยกัน และหากไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรค ก็ไม่น้อยใจ เพราะผมได้เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ลุงตู่ ไปไหน ผมก็จะไปนั่น”




เอกสารหาเสียงในการเลือกตั้งปี 2566 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ใช้สโลแกน "ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ" เอกสารหาเสียงบางส่วนนอกจากจะมีภาพของผู้สมัครส.ส.แบบเขตแต่ละคนแล้ว ยังมีภาพของแคนดิเดตนายกของพรรคทั้งพล.อ.ประยุทธ์และพีรพันธุ์ พร้อมทั้งหมายเลข 22 ซึ่งเป็นหมายเลขสำหรับส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค

ในการเลือกตั้ง 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการกำหนดแนวนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค เป็นแคนดิเดตนายกคู่กับพีระพันธุ์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประยุทธ์เองก็เข้ามามีส่วนร่วมในการหาเสียงกับพรรครวมไทยสร้างชาติโดยตรง ทั้งการสมัครเป็นสมาชิกพรรค การดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ของพรรค รวมถึงการลงพื้นที่หาเสียงจนปรากฎภาพพล.อ.ประยุทธ์สวมเสื้อลายดอกทับเสื้อยืดพรรครวมไทยสร้างชาติไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ตรอกข้าวสารในวันที่ 15 เมษายน 2566 ซึ่งต่างจากเมื่อครั้งพล.อ.ประยุทธ์ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกของพรรคพลังประชารัฐในปี 2562 ซึ่งเขาไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้ร่วมหาเสียงจนกระทั่งวันปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคที่เขาขึ้นไปปรากฎตัวบนเวทีเป็นเวลาสั้นๆ  

เสื้อของพรรครวมไทยสร้างชาติ ลายเดียวกับที่พล.อ.ประยุทธ์เคยใส่เล่นน้ำสงกรานต์

แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาว่าพรรครวมไทยสร้างชาติได้ส.ส. 36 คน จาก 500 คน พล.อ.ประยุทธ์ก็ตัดสินใจวางมือทางการเมืองและลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติก็เข้าร่วมรัฐบาลผสมภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย โดยที่พีระพันธุ์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยดำรงตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ครม.เศรษฐา ทวีสิน จนถึงครม.แพทองธาร ชินวัตร 
สำหรับสุชาติ ชมกลิ่นซึ่งในภายหลังมาเป็นรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิย์ตั้งแต่ปี 2567 ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เช่นกัน ส่วน เอกนัฏซึ่งเป็นเลขาธิการพรรค ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในครม.แพทองธาร ชินวัตร เท่ากับว่าเอกนัฏซึ่งเคยร่วมขับไล่รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะแกนนำกลุ่มกปปส. ได้มาเป็นรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีจากตระกูลชินวัตร



 
               แท่งเป่าลมพิมพ์ชื่อและหมายเลขของพรรครวมไทยสร้างชาติ คาดว่าใช้ในกิจกรรมหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ล่วงมาถึงปี 2568 มีกระแสข่าวว่าส.ส.ในพรรค ไม่พอใจการบริหารงานของหัวหน้าพรรค สถานการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติทวีความเข้มข้นขึ้นในเดือนมิถุนายน 2568 ที่มีการเผยแพร่ภาพสุชาติ ชมกลิ่น รับประทานอาหารและพูดคุยร่วมกับส.ส.บางส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมีส.ส.บางส่วนย้ายออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อไปอยู่กับพรรคใหม่ นอกจากนั้นก็มีกรณีที่เสกสกลซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคออกมาวิพากษ์วิจารณ์พีรพันธุ์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคพร้อมขอทวงพรรคคืน โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ตอนหนึ่งว่า

“...พอเห็นข่าวว่า สส.จะย้ายพรรค ผมตกใจ เพราะผมต่อสู้มาเป็นปี แล้วนายพีระพันธุ์มาขอยืมไป เมื่อพรรคเป็นแบบนี้ หัวหน้าเป็นแบบนี้ ต้องขอทวงพรรคคืนให้ประชาชนเอาหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ต้องเอาคนที่ไม่ทำผิดรัฐธรรมนูญ มาเป็นหัวหน้าแทน...”

จากนั้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ก็มีรายงานว่ามีส.ส.ของพรรคจำนวน 21 คน ร่วมกันลงชื่อในหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยอ้างเหตุว่ารัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค ขาดความรู้ความสามารถ ส่งผลให้ไม่สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับประเด็นด้านจริยธรรมด้วย โดยในรายชื่อส.ส.ทั้ง 21 คน ที่มีการเปิดเผยปรากฎว่ามีชื่อของสุชาติปรากฎอยู่เป็นอันดับแรก 

ในวันที่ 11 มิถุนายน 2568 สถานการณ์ในพรรครวมไทยสร้างชาติทวีความตึงเครียดมากขึ้นเมื่อมีการให้สัมภาษณ์ตอบโต้กันระหว่างเอกนัฎ เลขาธิการพรรค กับสุชาติ ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพรรค สุชาติให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ตอนหนึ่งว่าได้ยินมาจากเพื่อนสมาชิกพรรคอีกคนหนึ่งว่าเอกนัฎต้องการติดต่อเขาเพื่อจับมือกันล้มหัวหน้าพรรค สุชาติจึงตัดสินใจไม่รับสายจากเอกนัฎ นอกจากนั้นสุชาติยังระบุด้วยว่าที่เอกนัฎตั้งชุดสุดซอยขึ้นมาทำงาน (ปราบบริษัทจีนเทา) นอกจากจะมีชุดสุดซอยแล้ว ยังมีชุด "ตามเก็บด้วย" 

“ใส่ผม จนผมเป็นผู้ร้ายไปหมด ทำให้ผมมีความรู้สึกว่า ถ้าผมพูดขึ้นบ้างจะเป็นประเด็นใหม่ไหมล่ะ เขาอาจจะไม่รู้ก็ได้ แต่ตัวเขารู้ไหมว่าชุดสุดซอยที่ไล่จับคนจีน แต่มีอีกชุดหนึ่งตามมาเก็บ“

ขณะที่เอกนัฎก็ตอบกลับคำให้สัมภาษณ์ของสุชาติว่า ในการทำงานของชุดสุดซอยจะมีการพาสื่อมวลชนไปด้วย การดำเนินการทุกอย่างเป็นการเปิดเผย ไม่ใช่แอบไปจับแบบลับๆ พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า ก็น่าจะเป็นที่ทราบกันดีว่าบุคคลใดที่เป็นผู้มีอิทธิพลใน EEC (เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก)

จากนี้คงต้องติดตามต่อไปว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรครวมไทยสร้างชาติจะเดินไปในทิศทางไหน การปรับครม.ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จะยังมีคนของพรรคอยู่ในคณะรัฐมนตรีหรือไม่ และท้ายที่สุดในการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะยังมีพรรครวมไทยสร้างชาติ อยู่ในสมการการเมืองไทยอีกหรือไม่

Collection 

ใบปลิวหาเสียงเลือกตั้งของพรรครวมไทยสร้างชาติ ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งในปี 2566 มีภาพพล.อ.ประยุทธ์และพีรพันธุ์ ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอยู่คู่กันพร้อมหมายเลข 22 ซึ่งเป็นหมายเลขของพรรครวมไทยสร้างชาติในบัตรเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ 

เสื้อ พื้นสีน้ำเงิน สกรีนสัญลักษณ์พรรครวมไทยสร้างชาติ 
  
แท่งลม คาดว่าเคยถูกแจกให้ผู้สนับสนุนพรรคใช้ตีเพื่อสร้างเสียงระหว่างการปราศรัยของพรรค

เรียบเรียงโดย อานนท์ ชวาลาวัณย์