• นิทรรศการ

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และ พิพิธภัณฑ์สามัญชน Museum of Popular History ร่วมกันจัดแสดงนิทรรศการ “ความรุนแรง (ต้อง) ไม่ลอยนวล” เพื่อย้ำเตือนต่อสังคมไทยถึงสภาวะลอยนวลพ้นผิดที่ยังคงอยู่ ซึ่งได้ทำร้ายและทำลายชีวิตของประชาชนไปแล้วนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสียงไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันหาแนวทางหยุดยั้งสภาวะนี้ให้หมดไป

ณ โถงชั้นหนึ่ง อาคารฝั่งสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา ระหว่างวันที่ 19 - 23 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 -16.00 น.

ภายในนิทรรศการเล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญของสภาวะลอยนวลพ้นผิดอยู่ด้วยกันสามเหตุการณ์หลักได้แก่เหตุการณ์สลายการชุมนุมตากใบ จังหวัดนราธิวาส พ.ศ.2547 เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง กรุงเทพฯ พ.ศ. 2553 และการสลายการชุมนุมคณะราษฎร กรุงเทพฯ พ.ศ. 2563 ซึ่งการเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นถูกนำเสนอผ่านสิ่งของที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญต่อการสลายการชุมนุมในครั้งนั้นทั้งในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ อาทิเช่น กรงนกกรงหัวจุก ผ้าโพกหัว ตีนตบ ซากกระป๋องแก๊สน้ำตา กระสุนยาง เสื้อยืด เป็นต้น

ทั้งสามเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะต่างช่วงวาระและเวลาออกไป แต่สิ่งที่ทั้งสามพบเจอเหมือนกันคือร่องรอยความเจ็บปวดและความสูญเสียของผู้คนที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรมจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายใต้การชุมนุมสันติวิธี โดยสิ่งของที่จัดแสดงในนิทรรศการสะท้อนถึงภาพความรุนแรงออกมาสู่สายตาของผู้ชมได้ถึงสามรูปแบบดังนี้

ความรุนแรงทางตรง

ซากกระป๋องแก๊สน้ำตา กระสุนยางและเสื้อกันฝนเปื้อนสีและสารเคมีคือตัวอย่างที่ดีของความรุนแรงทางตรง ซึ่งเป็นความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจที่สามารถมองเห็นและรู้สึกได้ ภายในเหตุการณ์ชุมนุมในวันนั้นมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยกระสุนยาง การได้รับความระคายเคืองที่ดวงตาและผิวหนังจากแก๊สน้ำตาและสารเคมีผสมน้ำที่ถูกนำมาใช้ฉีดไล่โดยบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่ควบคุมฝูงชนในการชุมนุม

ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง

คำว่า “ไพร่” เป็นคำที่ถูกนำมาใช้เรียกแทนตนเองในการต่อสู้ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องเพื่อให้ประเทศไทยเดินทางตามระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ถูกรัฐและฝ่ายตรงข้ามทำการโจมตีมาโดยตลอด รูปธรรมของการโจมตีคนเสื้อแดงคือร่างผังล้มเจ้าและการผลิตวาทกรรมลดทอนคุณค่าของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น ควายแดง ม็อบไร้การศึกษา คนเผาบ้านเผาเมือง เป็นต้น

ภายใต้การกระทำจากรัฐต่อคนเสื้อแดงนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวของการพยายามด้อยคุณค่ากลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อสร้างความชอบธรรมที่สนับสนุนให้เกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงอย่างโหดเหี้ยมกลางเมืองฟ้ามหานคร ทั้งที่ การชุมนุมจะดำเนินไปอย่างสงบและปราศจากอาวุธ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่าร้อยคนและส่วนใหญ่พบการถูกทำร้ายบริเวณจุดสังหาร หนังสืออาลัยวีรชนและหนังสือบันทึกเรื่องราวการต่อสู้และถูกทำร้ายสังหาร เป็นหนึ่งในความพยายามคืนตัวตนว่าผู้เสียชีวิตไม่ใช่แค่จำนวนนับ แต่เป็นคนที่มีชีวิต มีครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง และย้ำกับสังคมว่ายังมีความยุติธรรมที่รอการชำระ

ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม

ความสูญเสียจากการสลายการชุมนุมตากใบ ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจลืมเลือนได้ของคนในพื้นที่และเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับต่อผู้คนใกล้ชิดของผู้สูญเสีย กรงนก ผ้าโสร่งและแก้วกาแฟดูแล้วอาจเหมือนสิ่งของธรรมดาทั่วไป แต่สำหรับญาติผู้เสียชีวิตสิ่งของเหล่านี้คือสมบัติอันมีคุณค่าทางความทรงจำของพวกเขาที่ยังหลงเหลืออยู่ อีกทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสูญเสียที่ไม่อาจทำให้คนที่รักกลับคืนมาได้อีก

มรดกบาดแผลอีกอย่างที่ยังทิ้งเอาไว้และส่งผลต่อผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่มหาศาลคือความกลัว ปีศาจความรุนแรงเชิงวัฒนธรรมที่กัดกลืนกินจิตใจญาติผู้สูญเสียหลายคน หนึ่งในผู้จัดนิทรรศการเล่าให้ฟังว่าสิ่งของที่นำมาจัดแสดงจากเหตุการณ์ตากใบ กว่าจะได้มานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลายชิ้นต้องเข้าไปพูดคุยและสร้างความไว้วางใจกับเจ้าของจนเกิดความเชื่อใจและไว้วางใจที่จะฝากหรือส่งต่อเรื่องราวความสูญเสียของพวกเขา