- บทความ
- NEWS ข่าวสาร
พิพิธภัณฑ์สามัญชนขอร่วมรำลึกถึงผลงานและชีวิต จอน อึ๊งภากรณ์
จอน อึ๊งภากรณ์ บุตรชายของป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นผู้มีความสนใจในประเด็นสิทธิมนุษยชนในหลายๆมิติ ทั้งสิทธิด้านสุขภาพ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ในประเด็นสิทธิด้านสุขภาพ จอนเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ในทศวรรษที่ 2530 เพื่อขับเคลื่อนประเด็นสิทธิของผู้ป่วยในยุคสมัยที่ความรู้ความเข้าใจของสังคมต่อโรคเอดส์ยังมีไม่มากนักและมักมีอคติหรือการตีตราทางสังคมกับผู้ป่วย นอกจากนั้นเขายังเป็นหนึ่งผู้ที่ร่วมต่อสู้ผลักดันให้มีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทยด้วย
วิทยานิพนธ์ของ พรสวรรค์ จันทรัตน์ เรื่อง การมีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบายสาธารณะขององค์การพัฒนาเอกชน: ศึกษากรณีนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่เสนอต่อคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2562 ระบุว่า ก่อนที่นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ จะเสนอ แนวคิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากับพรรคการเมืองต่าง ๆ เขาได้เคยพูดคุยกับจอน อึ้งภากรณ์ ซึ่งได้ร่วมกับเครือข่ายและองค์กรณ์ภาคประชาสังคม จัดเวทีระดมความคิดกับภาคประชาชนเกี่ยวกับเรื่องหลักประกันสุขภาพอย่างกว้างขวางมาก่อนแล้ว ดังนั้นก่อนหน้าที่พรรคการเมืองจะนำแนวคิดหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้าไปกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะ ภาคประชาชนซึ่งมีจอน อึ๊งภาการณ์เป็นหนึ่งในนั้น ก็ได้ทำงานในประเด็นนี้มาอย่างเข้มข้นก่อนแล้ว
ในประเด็นด้านสิทธิทางการเมืองและประชาธิปไตย จอนเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรภาคประชาสังคมหลายองค์กร ซึ่งยังมีบทบาทในปัจจุบัน (2568) ทั้งมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ประชาไท และ iLaw โดยในช่วงเกือบเก้าปีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาอยู่ในอำนาจ จอนในฐานะผู้อำนวยการ iLaw มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการรณรงค์สาธารณะเพื่อเสนอร่างกฎหมายสำคัญสองฉบับ ผ่านกลไกการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน คือ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในปี 2561 และร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปี 2563
"...พวกเราต้องการรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญ ประมาณเดือนพฤษภา (2563) เราตัดสินใจว่า เราจะช่วยกันลองช่วยกันลองร่าง การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ถอนพิษของระบบเผด็จการออกก่อน แล้วเปิดโอกาสให้มีสสร.ที่จะร่างรัฐธรรมนูญต่อไป เราคุยกันไม่นาน เราร่างไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยตามท้องถนน ในนั้นจำนวนมากเป็นคนรุ่นใหม่ ทำให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไป คนรุ่นใหม่ทนไม่ได้แล้ว รอไม่ได้แล้ว อยากเห็นเป็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว"
"เราก็เลยเอาร่างของเรามาตั้งโต๊ะให้ประชาชนลงชื่อ ปรากฎว่าประชาชนมีความกระตือรือล้นมากทีเดียว มีการรอคิวกว่าจะได้ลงชื่อ กว่าจะได้ถ่ายบัตรประชาชน คนที่ส่งทางไปรษณีย์ก็ติดตามถามว่าที่เขาส่งมาได้รับหรือยัง ทุกคนเป็นห่วงว่าชื่อตัวเองจะไม่มีส่วนร่วม อันนี้เป็นความตั้งใจของประชาชนจำนวนมาก ผมจึงหวังว่า ท่านสมาชิกรัฐสภาจะให้ความสำคัญกับร่างฉบับของประชาชน ไม่ใช่ปฏิเสธตั้งแต่วาระแรก แต่ควรจะให้ข้อดีๆหลายอย่างของร่างฉบับนี้ ได้เข้าไปพิจารณาร่วมกับร่างของพรรคการเมืองต่างๆ และที่สำคัญ ในขณะนี้ ถ้าประเทศจะพ้นวิกฤต ถ้าประเทศไทยจะมีพัฒนาการใกล้เคียงกับอารยประเทศได้ เราจำเป็นต้องพัฒนาไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างเร็วที่สุด และผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทั้งหลาย ท่านทราบดีว่าประเทศไทยมีปัญหากับรัฐธรรมนูญนี้ ถึงได้มีร่างแก้ไขมากมายเกิดขึ้นจากในสภานี้"
ข้อความข้างต้นคือคำที่จอน ในฐานะผู้ชี้แจง กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ระหว่างการนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่มีที่มาจากการเข้าชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ ได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐสภา
นอกจากเรื่องราวข้างต้น จอนยังเป็นผู้ที่รักในการถ่ายภาพและเคยร่วมจัดทำภาพยนตร์สารคดีเรื่องการต่อสู้ของกรรมกรหญิงโรงงานฮาร่า ในปี 2518 ด้วย
พิพิธภัณฑ์สามัญชนขอร่วมรำลึกถึงชีวิตและผลงานของจอน อึ๊งภากรณ์ มา ณ โอกาสนี้
Celebrate the Life, Legacies Shall Live On
Collection หนังสือพิมพ์ The Nation ฉบับ 25 June 2019 หน้า 1
ภาพจอน อึ๊งภากรณ์ และเครือข่ายภาคประชาชน ขณะนำร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พร้อมรายชื่อประชาชน13,409 รายชื่อไปยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร
| Attachment | Size |
|---|---|
| jonsbook.pdf | 8.16 MB |