- บทความ
- Stories from the Commoner’s collections สามัญวัตถุ
ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 บริษัท ยานภัณฑ์ ซึ่งประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ได้เลิกจ้างพนักงานมากกว่า 800 คน โดยจนถึงวันที่ 3 เมษายน 2568 ยังไม่มีการจ่ายเงินค่าชดเชยการเลิกจ้างและเงินค่าทดแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
จากกรณีดังกล่าวลูกจ้างของบริษัทที่ได้รับผลกระทบได้พยายามหาทางออกด้วยวิธีการต่างๆตั้งแต่ปลายปี 2567 ทั้งการเปิดเจรจากับนายจ้าง จนถึงการจัดการชุมนุมที่หน้าโรงงาน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือมีมาตรการเยียวยาใดๆ
อดีตลูกจ้างยานภัณฑ์จึงเข้ากรุงเทพเพื่อเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานและรัฐบาลให้ความช่วยเหลือ โดยขอให้นำงบกลางของรัฐมาจ่ายเงินให้ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบก่อน จากนั้นให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับและติดตามให้บริษัทดำเนินการจ่ายเงินทดแทนคืนให้กับเงินงบประมาณกลางที่รัฐบาลได้ดำเนินการจ่ายไปก่อน
วันที่ 28 มกราคม 2568 อดีตลูกจ้างยานภัณฑ์ เดินทางมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อติดตามความคืบหน้าของการเบิกงบกลางมาจ่ายค่าชดเชยทว่าในวันดังกล่าวก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ
ต่อมาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามเห็นชอบให้นำงบประมาณกลางมาจ่ายเป็นเงินชดเชยให้ลูกจ้างเพื่อบรรเทาผลกระทบไปก่อนแต่เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้
ในวันที่ 11 มีนาคม 2568 อดีตแรงงานยานภัณฑ์ได้มาชุมนุมปักหลักค้างคืนที่ฝั่งสำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพร.) มีการนำป้ายผ้าเขียนข้อเรียกร้องต่างๆมาขึงกับเต็นท์ทำเป็นเพิงพักชั่วคราวที่บริเวณป้ายรถเมล์หน้ากพร. ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมที่ร่วมชุมนุมค้างคืนอีกส่วนหนึ่งก็ปักหลักอยู่บริเวณลานจอดรถด้านในกพร.
วิมล ห่วงไธสง หนึ่งในผู้ใช้แรงงานยานภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบให้ข้อมูลว่า ผู้ใช้แรงงานที่มาชุมนุมค้างคืนจะมาในลักษณะสับเปลี่ยนกำลังคนกันเนื่องจากตัวผู้ใช้แรงงานจำเป็นต้องไปทำงานเพื่อหารายได้มาทดแทนการถูกเลิกจ้างควบคู่ไปกับการต่อสู้เรียกร้องเงินที่พวกเขาพึงมีสิทธิได้รับ สำหรับผู้ใช้แรงงาน 6 คน ที่อดอาหารเพื่อเรียกร้องให้รัฐนำงบกลางมาจ่ายเงินชดเชยให้แรงงานยานภัณฑ์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งหมดยังมีกำลังใจดีและจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาตรวจร่างกายให้ทุกวัน สำหรับจังหวะก้าวต่อไป วิมลระบุว่าพวกเขาจะรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้ก่อนจะกำหนดท่าทีต่อไป โดยมีข้อกังวลว่าช่วงต้นเดือนเมษายนจะมีวันหยุดยาวซึ่งอาจกระทบต่อการนำประเด็นของพวกเขาเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันที่ 8 เมษายนและหลังจากนั้นก็จะมีช่วงหยุดสงกรานต์อีก
สำหรับสิ่งของที่อดีตแรงงานยานภัณฑ์ นำมาใช้ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะมีเสื้อพนักงานโรงงานยานภัณฑ์แขนยาว สีครีม ที่ถูกสกรีนข้อความกลางหลังว่า "รัฐล้มเหลว"
นอกจากนั้นก็มีป้ายเขียนข้อความต่างๆ เช่น
"นายกรักลูก เราก็รักลูกเช่นกัน" ที่น่าจะสื่อว่าการขาดรายได้ของตัวผู้ใช้แรงงานจะกระทบกับชีวิตของลูกๆของพวกเขา
"อุ้มท้องทวงค่าชดเชย นายกโปรดเห็นใจ ความเป็นแม่เหมือนกัน"
"ประชาชนขอแค่มีชีวิต รัฐทำเหมือนขอมากไป"
"รมต.แรงงานพิพัฒน์ เห็นด้วยกับงบกลาง นายกว่าอย่างไร" เป็นต้น 