• บทความ
  • Stories from the Commoner’s collections สามัญวัตถุ

24 มีนาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยในครั้งนี้ฝ่ายค้านยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเพียงบุคคลเดียว 

ก่อนจะถึงวันอภิปราย ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคแกนนำรัฐบาล และพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้านต่างออกมาโหมโรงการอภิปรายด้วยการมีวิวาทะบนโลกออนไลน์ผ่านการเผยแพร่โปสเตอร์ที่ทำออกมาเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนติดตามการอภิปราย
ในเดือนเมษายน 2567 อดีตพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้านในขณะนั้นเคยเปิดอภิปรายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นเป็นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครัังนี้ จึงนับเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแบบลงมติครั้งแรกที่เกิดขึ้น นับจากพรรคเพื่อไทยจัดตัังรัฐบาลผสมในเดือนสิงหาคม 2566 

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งมีความเข้มข้นตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอญัตติที่เบื้องต้นปรากฎชื่ออดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 แต่ในวันที่ 7 มีนาคม 2568 วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งหนังสือถึงผู้นำฝ่ายค้าน ขอให้ถอนชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรออก เนื่องจากเห็นว่าการระบุรายชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาญัตติ อาจทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่สามารถชี้แจงในที่ประชุมสภาได้ 

ต่อมาวันที่ 12 มีนาคม ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีที่ประธานสภาให้ถอนชื่อบุคคลภายนอกออกทำนองว่า การใส่ชื่อบุคคลภายนอกในญัตติการอภิปราย สามารถทำได้ตามข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตามจะต้องมีการหารือกับประธานสภาฯต่อไปว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ 

หลังจากนั้นในวันที่ 14 มีนาคม 2568 อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับการเอ่ยชื่อของเขาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจทำนองว่า 

ไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องพูดถึง เพราะตัวเขาไม่ได้เป็นทั้งรัฐมนตรีหรือสส. พร้อมทั้งตั้งคำถามทำนองว่า ฝ่ายค้านต้องการดิสเครดิตเขาเพื่อหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปใช่หรือไม่ 

ท้ายที่สุดในวันที่ 17 มีนาคม 2568 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.พรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านให้ข่าวว่า ได้ยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจฉบับแก้ไขให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยใช้ปากกาขีดฆ่าชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" และคำว่า "บิดา" ออก และใช้ปากกาแก้ไขเป็นคำว่า "บุคคลในครอบครัว" แทน
  
นอกจากการแก้ไขชื่อในญัตติแล้ว ระยะเวลาของการอภิปรายก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีการต่อรองกันอย่างเข้มข้น ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งมีการประชุมร่วมระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหารือเรื่องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ผู้นำฝ่ายค้านแถลงผลการประชุมร่วมตอนหนึ่งว่า จะให้ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชนซึ่งเป็นประธานวิปฝ่ายค้านไปเจรจากับฝ่ายรัฐบาลเพื่อขออภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเวลา 5 วัน 

หลังผู้นำฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 วิสุทธ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลออกมาให้สัมภาษณ์ในวันที่ 3 มีนาคม 2568 เกี่ยวกับกรอบเวลาการอภิปรายตอนหนึ่งว่า เขาเห็นว่าหากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ใช้เวลา 1 วันก็น่าจะเพียงพอแล้ว 

ในวันที่ 15 มีนาคม 2568 วิสุทธิ์ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการตกลงเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายว่า ในการประชุมวิปสามฝ่ายเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ฝ่ายค้านเสนอกรอบเวลาอภิปรายเฉพาะฝ่ายค้านอย่างเดียว 30 ชั่วโมง ขอเวลาอภิปราย 3 วัน ไม่รวมลงมติอีก 1 วัน ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเห็นว่ากรอบเวลาดังกล่าวน่าจะมากเกินไป จึงต่อรองว่าให้ใช้เวลาทั้งหมด 30 ชั่วโมง เป็นของฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 10 ชั่วโมง ใช้เวลาอภิปราย 2 วัน ไม่รวมลงมติอีก 1 วัน ฝ่ายใดประท้วงให้หักเวลาของฝ่ายนั้น แต่ฝ่ายค้านยืนยันว่าต้องการเวลา 30 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลจึงต่อรองว่าจะให้เวลาฝ่ายค้านเพิ่มเป็น 23 ชั่วโมง และลดเวลาของฝ่ายรัฐบาลเหลือ 7 ชั่วโมง ใช้เวลาอภิปราย 2 วัน บวกลงมติ 1 วัน แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้ 
ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงว่าจะกลับไปคุยกันภายในก่อน แล้วค่อยกลับมาประชุมตกลงอีกครั้งในวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งในวันดังกล่าวที่ประชุมสามฝ่ายมีมติร่วมกันว่า 

การอภิปรายจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคม 2568 ฝ่ายค้านได้เวลา 28 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลได้เวลา 7 ชั่วโมง และเป็นเวลาของประธานสภาฯ 2 ชั่วโมง 

เบื้องต้นวันที่ 25 มีนาคมจะใช้เวลาอภิปรายไม่เกิน 23.30 น. ก่อนจะลงมติในเช้าวันที่ 26 มีนาคม โดยมีเงื่อนไขว่า หากถึงวันที่ 25 มีนาคมเวลา​ 23.30 น. แล้วฝ่ายค้านยังใช้เวลาไม่หมด ก็จะให้ฝ่ายค้านใช้เวลาในโควตาอย่างเต็มที่  หากการอภิปรายใช้เวลาเลยเที่ยงคืนและล่วงเข้าสู่วันที่ 26 มีนาคม ก็จะขยับไปลงมติในวันที่ 27 มีนาคม 2568 แทน 

มีข้อน่าสังเกตว่า การตกลงเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายเกิดขึ้นสองวันให้หลังจากที่มีการถอนชื่อ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ออกจากญัตติ แล้วเปลี่ยนเป็นคำว่า "บุคคลในครอบครัวแทน"

สำหรับการวิวาทะผ่านโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจบนโลกออนไลน์ของทั้งสองพรรค 



พรรคประชาชนโพสต์ภาพโปสเตอร์บนเฟซบุ๊กของพรรคในวันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 13.05 น. โปสเตอร์ดังกล่าวเป็นภาพที่ดัดแปลงมาจากภาพเขียน The Creation of Adam ของไมเคิล แองเจลโล ศิลปินชาวอิตาลี ซึ่งมักถูกนำไปดัดแปลงเป็นมีมบนอินเทอร์เน็ต 
การแทนที่ภาพของอดัมที่ถูกพระเจ้าสร้างด้วยภาพตัดต่อของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ผู้วาดน่าจะพยายามสื่อว่าแพทองธารได้เป็นนายกฯด้วยพลังพิเศษบางอย่าง รวมถึงอาจเป็นการ "แซว" กรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณกล่าวตอนหนึ่งระหว่างช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งอบจ.ศรีสะเกษของพรรคเพื่อไทยหาเสียงในวันที่ 25 มกราคม 2568 ว่า 

"...ผมนี่นะ ตกลงกับพระเจ้า ผมไม่ได้อยู่ประเทศไทย 17 ปี ขอทำงานให้พี่น้องคนไทยอีก ใช้หนี้ 17 ปีก่อน ผมห้ามตายเด็ดขาด 17 ปีนี้ต้องใช้หนี้ให้คนไทยก่อน ผมมาแล้ว ใช้งานผมให้เต็มที่..." 

ใต้โพสต์นี้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อั้ม อิราวัต ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบัญชีของ อิราวัต อารีกิจ หรือ หมออั้ม เข้ามาแสดงความคิดเห็นท้ายโพสต์ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 21.03 น. ว่า "24 มีนาคม 2568 ณ เมืองไทยค้านบรรลัยไร้ค่า เธียเตอร์ 🤭🍊 ได้แค่ละคร" 



ขณะที่เฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย โพสต์โปสเตอร์เป็นภาพเข็มทิศที่บิดเบี้ยว พร้อมข้อความ ขนาดใหญ่ "หลงประเด็น หลงประเทศ หลงวาทกรรม หลงตัวเอง" และข้อความ "24 มีนาคม เป็นต้นไป ฟังคำชี้แจงและแสดงผลงานของนายกฯ แพทองธารและรัฐบาล" โดยเข็มทิศที่บิดเบี้ยวน่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชนกำลังทำงานแบบผิดทิศผิดทาง 

มีความน่าสนใจว่าหลังบัญชีเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยโพสต์โปสเตอร์ในวันที่ 19 มีนาคม เวลา 19.06 น. บัญชีเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของพรรคประชาชนก็มาคอมเมนท์ท้ายโพสต์ในเวลา 19.28 น. หรือประมาณ 22 นาทีให้หลังว่า "24 มีนาคม ประเทศไทยเข้าสู่ 'ลื้อดูร้อน' อย่างเป็นทางการ"
วิวาทะยกแรกบนโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นได้ถูกมติชนสุดสัปดาห์ฉบับประจำวันที่ 21 - 27 มีนาคม 2568 หยิบไปขึ้นปก โดยใช้พาดหัว 
"แดง vs ส้ม/ ลื้อ ดู ร้อน - อั๊ว รำ คาญ " โดยข้อความ "ลื้อ ดู ร้อน" สีส้ม น่าจะดึงมาจากการแสดงความคิดเห็นท้ายโพสต์ของบัญชีเฟซบุ๊กพรรคประชาชนบนบัญชีเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยที่กล่าวไปข้างต้น
 
ส่วนข้อความ "อั๊ว รำ คาญ" สีแดง น่าจะดึงมาจากคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันที่ 14 มีนาคม ตอนหนึ่งว่า "...คือเป็นพรรคคนรุ่นใหม่นะ ต้องพยามยามทำอะไรให้มันยสร้างสรรค์ แล้วก็ทำอะไรให้มันดูแล้วเป็นที่น่าเชื่อถือ อย่าเป็นที่น่ารำคาญ ถ้าทำเป็นที่น่ารำคาญ เดี๋ยวก็เสียไปอีกพรรคหนึ่ง..." 

หมายเหตุ ภาพโปสเตอร์ของทั้งสองพรรค ทางพิพิธภัณฑ์บันทึกภาพมาจากเฟซบุ๊กเพจของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน เพื่อวัตถุประสงค์ในการบันทึกประวัติศาสตร์เท่านั้น ทางพิพิธภัณฑ์มิใช่ผู้จัดทำและมิใช่เจ้าของสิทธิในภาพ