29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยลงมติ 6:3 ให้แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซนเรื่องข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมองว่าเธอมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงตามข้อกล่าวหาของกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
โดยมติเสียงข้างมากให้แพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 นับตั้งแต่ศาลสั่งให้เธอหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 1 กรกฏาคม 2568
แพทองธารนับว่าเป็นนายกคนที่สองในรัฐบาลเพื่อไทย ที่พ้นจากตำแหน่งเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นับจากการเลือกตั้งปี 2566
หลังแพทองธารขาดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีข้อเรียกร้อง 'ล้างกระดาน' ด้วยการยุบสภา-เลือกตั้งใหม่ ซึ่งก็เป็นปรากฏการณ์ที่ถกเถียงกันว่าภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีจะสามารถทูลเกล้าฯ ยุบสภาได้หรือไม่
ท่ามกลางกระแสสังคมที่ถกเถียงกันว่าใครจะมาทำหน้าที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนถัดไปอีก 4 เดือนข้างหน้าก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมาถึง
30 สิงหาคม 2568 อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทยก็เดินเกมแถลงจัดตั้งรัฐบาลแข่งและเสนอตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยมีการเดินหน้าขอเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ เช่น พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสุชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงงูเห่าจากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย ฯลฯ
ทั้งนี้ การดีลดังกล่าวก็อาจยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่าอนุทินจะได้เป็นนายกฯ เพราะขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยก็เตรียมเสนอชื่อ ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนเดียวที่เหลืออยู่ในพรรคเพื่อไทยด้วย
ทางฝั่งพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่งที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดจากการเลือกตั้ง 66 ก็ได้ประกาศภารกิจ 'ผ่าทางตัน' ทางการเมืองด้วยกระบวนการรัฐสภาคือ การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ยุบสภา และป้องกันอดีตนายกที่เคยเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรือ นายก 'คนนอก' เข้าสู่อำนาจ
และขั้นตอนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรีนั้นต้องอาศัยเสียงสนับสนุนในสภาเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 247 เสียงขึ้นไป ขณะที่ทั้งสองพรรคอย่าง พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยไม่มีเสียงนั้นอยู่ในมือ จึงเป็นเหตุผลให้พรรคประชาชนที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดถึง 143 เสียงในสภากลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะต้องเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่าง 'ชัยเกษม' แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย กับ 'อนุทิน' แคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย
1 กันยายน 2568 พรรคประชาชนจัดประชุมภายในกับ สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อหารือเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีที่ยอมรับเงื่อนไขของพรรค
สำหรับข้อเสนอ หรือจุดยืนของพรรคประชาชนที่เป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น มี 3 ข้อ
- 1. นายกรัฐมนตรีที่ถูกรับเลือกจะต้องทำหน้าที่ยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทั่วไป
- 2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะต้องจัดทำประชามติในประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
- 3. พรรคประชาชนยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล และจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ต่อไป
2 กันยายน 2568 ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะรักษาการนายกได้ดำเนินการทูลเกล้าฯเสนอขอยุบสภา ปรากฏว่าถูกปฏิเสธ
หลังจากนั้นวันที่ 3 กันยายน 2568 มีผู้ไปแจ้งดำเนินคดีอาญาภูมิธรรมอย่างน้อยสองกรณี
- กรณีแรก ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฏหมายของพรรคภูมิใจไทย แจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.ดุสิตด้วยข้อหา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฏหมายมาตรา 157 เนื่องจากเห็นว่าภูมิธรรมอาศัยความเป็นนายกรักษาการอย่างไม่สุจริต และ
- กรณีสอง สุรทิน พิจารณ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และไทกร พลสุวรรณเดินทางไปกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อแจ้งดำเนินคดีภูมิธรรมด้วยมาตรา 112 เพราะมองว่าการทูลเกล้าฯยุบสภาเป็นเรื่องมิบังควรเนื่องจากภูมิธรรมไม่มีอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้ และยังส่อถึงเจตนาในการดึงเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ
หลังสุรทินแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 กับภูมิธรรม พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน และช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า แสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 112 มาดำเนินคดีกับภูมิธรรม แลtยืนยันว่ารักษาการนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสามารถยุบสภาได้ ขณะเดียวกันเวลา 17.14 น. เพจพรรคประชาชนก็ออกมาแถลงจุดยืนเดียวกัน
3 กันยายน 2568 ณัฐพล เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนประกาศยืนยันจะโหวตสนับสนุน 'อนุทิน' เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากประชุมภายในพรรคที่พบว่าแม้จะมีมติกันไปในทิศทางที่หลากหลายพอสมควร แต่ได้ผลสรุปว่าจะหนุน อนุทินเป็นนายก โดยเหตุผลที่พรรคประชาชนแสดงท่าทีเลือกสนับสนุน 'อนุทิน' จากพรรคภูมิใจไทย คาดว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่แตกร้าวในอดีตระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน (หรืออดีตพรรคก้าวไกล) ในช่วงที่เคยมีดีลจัดตั้งรัฐบาลที่ในภายหลังพรรคเพื่อไทยฉีก MOU ไล่พรรคประชาชนออก และในบางส่วนคาดว่าพรรคประชาชนเดินเกมกดดันให้พรรคเพื่อไทยเสนอทางออกในการยุบสภา รวมถึงเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่ทำตามสัญญาหรือเงื่อนไขที่พรรคประชาชนเสนออีกเหมือนครั้งที่ผ่านมา
ผลตอบรับหลังพรรคประชาชนได้ประกาศจุดยืนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย พบว่าบรรดาผู้สนับสนุนพรรคประชาชนต่างรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่สนับสนุนการใช้กฏหมายมาตรา 112 ประเด็นคดีเรื่องฮั้วสว. และคดีที่ดินเขากระโดง รวมถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการวัคซีนช่วงโรคระบาดโควิดของ อนุทิน ชาญวีรกูล ในอดีตที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ส่งผลให้หลายคนรู้สึกผิดหวังต่ออุดมการณ์หรือจุดยืนของพรรคประชาชนที่หันไปสนับสนุน 'อนุทิน'
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์การเมืองไทย และกระแสวิจารณ์ของผู้คนบนโลกโซเชี่ยลหลังพรรคประชาชนประกาศท่าทีสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย
4 กันยายน 2568 พรรคเพื่อไทยโพสต์ข้อเสนออีกครั้งว่าจะ 'ยุบสภาทันที' หากเลือกชัยเกษมเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเวลา 15.40 น. เพื่อไทยยังเผยแพร่คลิปวิดีโอ 'คำสัญญาต่อพี่น้องประชาชน' เพื่อเป็นการแถลงข้อเสนอสุดท้ายก่อนการลงคะแนนโหวตนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาอย่างเป็นทางการที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2568 ซึ่งในคลิปดังกล่าวเป็นภาพของชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่กำลังนั่งอ่านแถลงข้อเสนอ
โดยมีภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย , ชูศักดิ์ ศิรินิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่นั่งร่วมอยู่ในคลิปด้วย

นอกจากนั้น 4 กันยายน 2568 เวลา 20.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางออกนอกประเทศด้วยเครื่องบิน Privat Jet จากสนามบินดอนเมืองไปยังประเทศสิงคโปร โดยทักษิณโพสต์ผ่าน X ด้วยว่าเขาตั้งใจเดินทางไปสิงคโปรเพื่อตรวจสุขภาพ แต่ปรากฏว่าเส้นทาง GPS เครื่องบินของทักษิณมุ่งหน้าไปยังประเทศดูไบ ที่ทักษิณเคยลี้ภัยการเมืองไปอาศัยอยู่ตั้งแต่ช่วงปี 2549 โดยเส้นทาง GPS เครื่องบินของทักษิณพบว่ามีช่วงหนึ่งที่บินวนเป็นวงกลมจนกระทั่ง ถูกนำมาตีความและล้อเลียนบนโลกออนไลน์ว่าทักษิณพยายามจะแปรอักษรรึเปล่า
ทั้งนี้ ทักษิณยังระบุด้วยว่าเขาจะกลับไทยอีกไม่เกินวันที่ 8 กันยายน เพื่อเดินทางไปศาลด้วยตนเองในวันที่ 9 กันยายน
ทางพิพิธภัณฑ์สามัญชนได้ทำการรวบรวม Digital Collection บางส่วนที่พบเห็นบนโลกออนไลน์ จากปรากฏการณ์ดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวบนพื้นที่ออนไลน์

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊กไข่แมว
หมายเหตุ:มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊กไข่แมว
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก ไข่แมว
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา:เพจเฟซบุ๊ก Buttersugar104
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก คนกลมคนเหลี่ยม
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก คนกลมคนเหลี่ยม
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก คนกลมคนเหลี่ยม
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก Thai PBS
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก วิวาทะV2
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก ตัดจบ
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก นี่เพื่อนไงจำไม่ได้หรอ?
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก อิดโรย แมน
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก การ์ตูน ระทม
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก การ์ตูนระทม
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก Meme Girls Thailand
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก Meme Girls Thailand
หมายเหตุ: มีเฉพาะสำเนาดิจิทัล