เอกสารหาเสียงเลือกตั้งครั้งแรกของสยามประเทศ 15 พฤศจิกายน 2476

เอกสารหาเสียง: ความมุ่งหมายและนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อความสุขสมบูรณ์ของประชาชน โดย นายสำราญ อิมะไชย์ ผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้แทนราษฏร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เอกสารชิ้นนี้ คาดว่าถูกนำมาแจกให้ประชาชนในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรครั้งแรกของสยามประเทศเมื่อ 2476 เป็น"การเลือกตั้งทางอ้อม" ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ โดยประชาชนเลือกผู้แทนตำบลก่อน แล้วผู้แทนตำบลจะเลือกผู้แทนจังหวัดอีกที 

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ "กบฏบวรเดช" เมื่อตุลาคม 2476 รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหาเสนาแถลงต่อสภาวันที่ 28 ตุลาคม 2476 ว่าได้ปราบกบฏบวรเดชเสร็จสิ้นจนบ้านเมืองสงบแล้วจึงสมควรจัดการเลือกตั้งในวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2476 โดย ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศซึ่งตอนนั้นมี 70 จังหวัด มีจำนวนทั้งหมด 4,278,231 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกจำนวน 1,773,532 คน คิดเป็นร้อยละ 41.45 
 
การเลือกตั้งในปี 2567 ยังไม่มีคณะการเมือง(พรรคการเมือง) เหมือนทุกวันนี้ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทั้งหมด156 ที่นั่ง แบ่งเป็นสองประภท ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรประเภทที่1 มีที่มาจากการเลือกตั้ง 78 ที่นั่ง และประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้ง 78 ที่นั่ง ตามรัฐธรรมนูฐแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475

การเลือกตั้งผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดหนึ่งอาจมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนพลเมืองของจังหวัดนั้นๆ โดยกำหนดสัดส่วน1 ผู้แทนต่อ 200,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่หนึ่งจังหวัดจะมีผู้แทน 1 คน หากจังหวัดใดที่มีพลเมืองเกินสองแสนคนก็จะมีตัวแทนเพิ่มขึ้นตามอัตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจังหวัดที่มีผู้แทนมากกว่าหนึ่งคน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, นครราชศรีมา ที่มีผู้แทนสองคน ขณะที่จังหวัดพระนคร และจังหวัดอุบลราชธานีมีผู้แทน 3 คน

วิธีการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครแต่ละคนนั้นเป็นไปอย่างจริงจัง มีทั้งการแจกใบปลิวซึ่งเป็นวิธียอดนิยม หลายคนมีการพิมพ์หนังสือแจก การส่งจดหมายแนะนำตัว การโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์ การลงพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้สมัครไม่ได้เพียงหาเสียงกับแค่กลุ่มผู้แทนตำบลเท่านั้น แต่ยังพุ่งเป้าไปที่สาธารณชนในวงกว้างด้วยส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะในชุมชนเมือง โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ในการหาเสียงจะมุ่งเสนอนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่น่าจะถูกใจประชาชน การลดภาษี การพัฒนาอุตสาหกรรม ฯลฯ  รวมไปถึงการบรรยายคุณงามความดีของตนในฐานะผู้แทนราษฏรที่มีบ้านเกิดอยู่ในจังหวัดของตน  โดยทางการแต่ละจังหวัดจะให้ผู้แทนราษฏรขึ้นปราศรัยบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ทีละคนต่อที่ประชุมผู้แทนตำบล แล้วจึงเปิดให้ผู้แทนตำบลลงคะแนน ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมเฉลิมฉลอง (ภูริ ฟูวงศ์เจริญ, 2566) 

สำหรับเอกสารหาเสียงเลือกตั้งของ 'สำราญ อิมะไชย' ผู้สมัครผู้แทนราษฏรจังหวัดอยุธยาที่ตีพิมพ์ในรูปแบบหนังสือขนาดบางแจกราษฏรในขณะนั้นได้พิจารณา มีเนื้อหาเป็นการประชาสัมพันธ์นโยบาย วิสัยทัศน์ และจุดมุ่งหมายของตนในการพัฒนาจังหวัดทั้งด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องการเปิดสหกรณ์เพื่อช่วยเหลือราษฏรในอยุธยาที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นชาวนาที่ยากจน การแสวงหาหนทางให้ราษฏรสามารถเสียภาษีรัชชูประการได้อย่างเต็มใจผ่านการตั้งฉางฝากข้าวกับรัฐบาล  รวมไปถึงการคมนาคมที่เน้นการสร้างถนนและขุดคลอง การศึกษาที่เป็นวิชาสามัญฝึกอาชีพ การศาสนา และการอนามัย ซึ่งหลายครั้งพบว่ามีการอ้างอิงถึงอารยะประเทศในฐานะต้นแบบแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฏร ตลอดจนเสนอมีการมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับการเลือกคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งผู้แทนราษฏรเพื่อให้ผู้แทนตำบลพิจารณาเลือกอย่างรอบคอบ  

สำหรับผลการเลือกตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฏรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ เลเมียด หงสประภาส วัย 23 ปี โดยผลการเลือกตั้งสรุปได้ว่าผู้แทนราษฏรที่ได้รับเลือกทั้งหมด 78 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ทำงานข้าราชการซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมสยามในเวลานั้น ข้าราชการถือเป็นผู้มีวุฒิทางการศึกษาสูงกว่าคนทั่วไปและเป็นที่ยอมรับในสังคม ประกอบกับความกระหายของข้าราชการที่อยากแสดงบทบาททางการเมืองทำให้กลุ่มข้าราชการได้รับเลือกเป็นส่วนใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนั้น ผลเลือกตั้งชี้ให้เห็นด้วยว่า ไม่มีผู้สมัครสตรีคนใดที่ได้รับเลือกเลย ส่งผลให้ในสภามีสมาชิกผู้แทนราษฏรที่เป็นผู้ชายล้วน (ภูริ ฟูวงศ์เจริญ, 2566) 

หลังการเลือกตั้งมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนในวันที่ 10 ธันวาคม 2476 เพราะตรงกับวันรัฐธรรมนูญและในการประชุมเมื่อ 15 ธันวาคม 2476 ที่ประชุมเลือกให้ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เป็นประธานสภา โดยมี พลเรือตรีพระยาศรยุทธเสนี เป็นรองประธานสภาคนที่หนึ่ง และ พลเอกพระยา เทพหัสดิน เป็นรองประธานคนที่สอง ก่อนจะมีการลาออกและเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาในช่วงปีถัดมา โดยในวันที่ 16 ธันวาคม 2476 มีการจัดตั้งคณะรัฐบาลโดยสภาผู้แทนราษฏรลงมติให้พระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเป็นสมัยที่สอง และถือเป็นคณะรัฐมนตรีคณะที่ 5 ของไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีนี้ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2477 เนื่องจากสภาโหวตคว่ำสนธิสัญญาการควบคุมปริมาณยางพาราของรัฐบาล ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออก

การเลือกตั้งครั้งแรกถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพัฒนาการการเมืองไทยภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่พฤศจิกายน 2476 สยามเริ่มมีฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ทั้งในแง่ของการเป็นตัวแทนกระบอกเสียงให้กับบประชาชน และการถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารตามหลักการของการแบ่งอำนาจ ซึ่งถือเป็นการทดลองระบอบใหม่หรือช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบ "ประชาธิปไตยเต็มใบ" อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่ให้ผู้สมัครแต่ละคนก็ได้ฝึกประสบการณ์ทางการเมือง ก่อนจะนำมาสู่การเลือกตั้งทั่วไปแบบทางตรงมาใช้ในปีถัดมา 

*****

เอกสารหาเสียง: ความมุ่งหมายและนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อความสุขสมบูรณ์ของประชาชน โดย นายสำราญ อิมะไชย์ ผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้แทนราษฏร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (รหัส: SPC-0032)
จัดทำโดย: -
ขนาด: A5
จำนวน: 66 หน้า
ได้รับจาก: พิพิธภัณฑ์จัดซื้อ
 

 



อ้างอิง:

อินเทอร์เน็ต

Thai PBS Digital Media. (15 พฤศจิกายน 2566). "เลือกตั้งครั้งแรกในประเทศไทย 15 พฤศจิกายน 2476 | Thai PBS NOW", สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม 2568.

ชีวานนท์ กันย์ภิวัฒน์. (28 ธันวาคม 2565). "การเลือกตั้งมาชิกสภาผู้แทนราษฏรครั้งแรก (ตอนที่2)" สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม 2568.

หนังสือ

ภูริ ฟูวงศ์เจริญ. (2566). การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกของสยาม: ปฐมบทประชาธิปไตยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า. 272 หน้า.

ประเภท

หมวดหมู่เอกสาร / สิ่งพิมพ์

ไฟล์แนบ